สินค้า Pre-Order: สำหรับการสั่งจอง จะได้รับสินค้าภายในเดือน มี.ค. 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสินธิ์ในการเปลี่ยนแปลง โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
คุณสมบัติน่าสนใจ
1. Monochrome-dedicated design
ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนา เพื่อเป็นกล้องที่ยอดเยี่ยม และสามารถตอบสนองสุนทรียะในการถ่ายภาพขาวดำได้อย่างดีที่สุด กล้อง GR IV Monochrome รุ่นนี้จึงเลือกใช้เซนเซอร์รับภาพแบบ Monochrome CMOS ขนาด APS-C ที่ได้รับการออกแบบ และพัฒนามาสำหรับการถ่ายภาพขาวดำโดยเฉพาะ โดยมีความละเอียดประมาณ 25.74 ล้านพิกเซล มีค่าง ISO160 – 409600 พร้อมถ่ายทอดคุณภาพสูงสุดด้วยการเป็นเซนเซอร์แบบ Anti-Aliasing Filterless (ไม่มีฟิลเตอร์ AA ที่หน้าเซนเซอร์)
เซนเซอร์แบบ Monochrome CMOS นี้ทำงานโดยการรับแสงแล้วแยกความแตกต่างของค่าความสว่างจากวัตถุต่างๆ ในภาพโดยตรง (ให้ไฟล์ RAW เป็นแบบขาวดำ) ซึ่งแตกต่างจากเซนเซอร์รับภาพทั่วไปที่จะแยกรับแสงผ่านเซลรับแสงสี RGB (แดง, เขียว และน้ำเงิน) แล้วจึงนำข้อมูลมาแปลงเป็นภาพขาวดำในภายหลัง ข้อมูลภาพจากเซนเซอร์แบบ Monochrome CMOS จึงให้โทนความสว่างในแต่ละระดับได้อย่างละเอียด, นุ่มนวล และมีประสิทธิภาพสำหรับการถ่ายภาพขาวดำสูงกว่าเซนเซอร์รับภาพแบบปกติทั่วไป พร้อมสร้างเกรน (Grain) บนภาพได้อย่างสวยงาม และมีเสน่ห์สำหรับการถ่ายภาพขาวดำได้เป็นอย่างดี
2. Built-in red filter in the lens unit
กล้อง GR IV Monochrome ได้รับการติดตั้งฟิลเตอร์สีแดง (Red Filter) เข้ามาในระบบเลนส์ และสามารถเลือก เปิด/ปิด การใช้งานได้อย่างรวดเร็วด้วยปุ่มที่ออกแบบไว้ โดยการใช้งานฟิลเตอร์สีแดงนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพขาวดำอย่างจริงจัง การเลือกปล่อยให้เฉพาะคลื่นแสงสีแดงเข้ามาในภาพ ช่วยให้โทนของภาพเปลี่ยนไป มีความเปรียบต่างสูงขึ้น ช่วยขับความแตกต่างของท้องฟ้า และเมฆ รวมถึงช่วยให้วัตถุสีแดงมีความโดดเด่นมากขึ้นบนภาพแบบขาวดำ
3. Support for diverse monochrome expressions
ด้วยเอกลักษณ์ในการออกแบบให้ถ่ายภาพเป็นขาวดำเท่านั้น กล้อง GR IV Monochrome จึงได้รับการปรับเปลี่ยนตัวเลือกของโทนภาพ (Image Control) ให้มีความแตกต่างไปจากกล้องปกติ โดยในกล้องรุ่นนี้จะมีตัวเลือกของโทน และรายละเอียดที่น่าสนใจเฉพาะที่ส่งผลต่อการถ่ายภาพขาวดำเท่านั้น อาทิ [Solid] ที่มีความเข้ม และมีความเปรียบต่าง (Contrast) สูง, [Grainy] ที่เน้นเสน่ห์ของเกรนบนไฟล์ภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รักการถ่ายภาพขาวดำชื่นชอบเป็นพิเศษ
4. Carefully crafted exterior design
แม้ว่ากล้อง GR IV Monochrome จะมีพื้นฐานมาจากกล้อง GR IV รุ่นปกติ แต่ก็ได้รับการปรับปรุงการออกแบบภายนอกให้มีเอกลักษณ์ ด้วยการใช้สีดำด้าน (Matte Black) และพื้นผิวของตัวกล้องที่แตกต่างออกไป รวมถึงในส่วนของโลโก้ GR บนตัวกล้องก็มีการปรับใช้สี Semi-gloss Black ซึ่งให้ความรู้สึกที่เข้มขรึมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ไฟแสดงสถานะกล้องเมื่อเปิดใช้งาน ก็ได้รับการเปลี่ยนจากสีเขียว มาเป็นสีขาว เพื่อสะท้อนภาพของกล้องแบบ Monochrome ให้ชัดเจน และโดดเด่นยิ่งขึ้น
5. Equipped with an electronic shutter capable of high-speed shutter operation
ชัตเตอร์อิเล็คทรอนิคส์ (High-speed electronic shutter) ที่มีความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/16000 วินาที ช่วยให้สามารถใช้งานกล้องด้วยค่า F ที่สว่าง ในสภาพแสงแดดจัดได้ดีขึ้น
6. Newly designed, super-slim, high-performance GR lens
ภายใต้ความบาง และความกะทัดรัดของกล้อง GR IV Monochrome คือความทรงพลังของเลนส์มุมกว้างที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เลนส์ GR LENS 18.3mm F2.8 (เทียบเท่าเลนส์ 28mm ในกล้องแบบฟูลเฟรม) ออกแบบโดยประกอบด้วยชิ้นเลนส์ทั้งหมด 7 ชิ้น จัดเป็น 5 กลุ่ม รวมถึงชิ้นเลนส์พิเศษแบบ Glass-molded Aspherical เพื่อให้เป็นเลนส์คุณภาพเยี่ยมในทุกด้าน ทั้งในเรื่องความคมชัดแบบขอบจรดขอบ, ความคลาดต่ำ, ความบิดโค้ง (Distortion) ต่ำ และลดอาการ CA (Chromatic Aberration) ที่อาจเกิดขึ้น
7. More advanced original SR mechanism
ระบบป้องกันการสั่นไหว SR (Shake Reduction) ในกล้อง GR IV Monochrome ได้รับการปรับปรุงให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยสามารถเคลื่อนไหวได้ถึง 5 แกน เพื่อประสิทธิภาพในการชดเชยการสั่นไหวในหลากหลายทิศทาง ทั้งก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา และการเอียง เหมาะการถ่ายภาพทุกรูปแบบ ทั้งในการถ่ายภาพทั่วไป, ในที่แสงน้อย และในการถ่ายภาพระยะใกล้ (Macro) โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ 6 สตอป (ทดสอบภายใต้มาตรฐาน 2024 CIPA standards : ประสิทธิภาพ 6 สตอป ที่กลางภาพ และ 4 สตอป ที่ขอบภาพ)
8. Advanced AF system with minimized start-up time and high-speed autofocus operation
กลไกของเลนส์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ได้รับการปรับปรุงให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ ส่งผลให้กล้องสามารถเปิดพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วเพียง 0.6 วินาที และนี่คือกล้องที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่มีกล้องในซีรีส์ GR ความเร็ว และความกระฉับกระเฉงนี้ยังรวมถึงการสลับเปลี่ยนจากโหมดถ่ายภาพธรรมดาไปใช้งานระบบมาโครที่ทำได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำขึ้นในทุกสภาพแสง ทุกรูปแบบการถ่ายภาพ ด้วยการทำงานที่ยอดเยี่ยมของเลนส์ ร่วมกับระบบโฟกัสแบบ phase-matching AF ที่ทรงพลัง
9. Compact, slim and functional body design
ในด้านการใช้งานจริงที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด การออกแบบให้ตัวกล้องโดยรวมมีขนาดที่เล็ก และใช้วัสดุคุณภาพสูงที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงอย่างแมคนีเซียมอัลลอยย์ (Magnesium Alloy) ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญของกล้อง GR IV Monochrome โดยยังคงต้องรักษาการจับถือ และการควบคุมที่ยอดเยี่ยมไว้ พร้อมการจัดวางปุ่มต่างๆ อย่างลงตัว สามารถเข้าถึงฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างราบลื่น รวมถึงมีการปรับควบคุมที่ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในกล้องรุ่นนี้ยังมีการปรับปรุงปุ่ม ADJ (Adjustment) ให้เป็นแบบวงล้อที่สามารถปรับหมุนได้โดยรอบ เพิ่มความรวดเร็ว และต่อเนื่องในการปรับค่าต่างๆ ที่ต้องการ
10. Quick setting of the desired exposure mode best suited for a given subject
กล้อง GR IV Monochrome มีการปรับปรุงการใช้งานในโหมดถ่ายภาพ P (Program AE) ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ชื่อว่า Program Auto Ex function ที่ช่วยให้ช่างภาพสามารถปรับค่าแสงตามที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วผ่านวงแหวนด้านหน้าสำหรับการเน้นการควบคุมแบบโหมด Av (Aperture-Priority AE) หรือการปรับวงแหวนด้านหลังเพื่อเน้นการควบคุมแบบโหมด Tv (Shutter-Priority AE) โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้นำเอาโหมดถ่ายภาพ Sn (Snap Distance-Priority AE) ขึ้นมาไว้บนแป้นหมุนเปลี่ยนโหมด เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้สะดวกมากขึ้น (เดิมในกล้อง GR III และ GR IIIx โหมดนี้จะอยู่ระบบเมนู) โดยโหมดนี้จะเน้นให้ช่างภาพควบคุมช่วงความชัดลึกที่ต้องการผ่านการเลือกระยะโฟกัส และช่วงความกว้างของ DOF (Depth-of-field) แล้วกล้องจะเลือกค่าการถ่ายภาพที่เหมาะสมให้
11. Bluetooth® and wireless LAN dual communication
กล้อง GR IV Monochrome รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ Bluetooth® และ Wireless LAN (Wi-Fi) ผ่านแอปพลิเคชัน GR WORLD (ดาวน์โหลดฟรี ทั้งในระบบ iOS และแอนดรอยด์) สำหรับโอนถ่ายข้อมูลภาพที่ต้องการ, เชื่อมต่อข้อมูลตำแหน่งที่ถ่ายภาพ และสามารถใช้สมาร์ตโฟนเป็นรีโมตในการกดถ่ายภาพได้ด้วย
12. High-definition LCD monitor with outstanding outdoor visibility
กล้อง GR IV Monochrome ใช้จอภาพขนาด 3 นิ้ว มีความละเอียดสูง 1,037,000 จุด พร้อมโครงสร้างแบบ Air Gapless ที่จะมีชั้นเรซินแบบพิเศษอยู่ระหว่างพาเนลของระบบสัมผัส และแผ่นกระจกที่มีความทนทานสูง ด้วยการออกแบบที่ไม่มีช่องว่างระหว่างชั้นแบบนี้ จึงช่วยให้การมองภาพ และใช้งานระบบเมนูผ่านจอสามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมด้วยฟังก์ชัน Outdoor Monitor Setting ที่สามารถปรับเพิ่ม และลดความสว่างของจอภาพได้ตามต้องการ ทั้งยังได้เพิ่มตัวเลือกแบบ Auto เข้ามา เพื่อความสะดวกในการใช้งานให้มากขึ้น
13. ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ
- การเคลือบผิวป้องกันคราบที่ด้านหน้าเซนเซอร์รับภาพ พร้อมระบบกำจัดฝุ่นแบบ DR II (Dust Removal II)
- บันทึกวิดีโอ Full HD 1920 x 1080 พิกเซล, 60 fps แบบ H.264
- ปรับแต่งการทำงานของวงแหวนตั้งค่าทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ในแต่ละโหมดให้ทำงานแตกต่างกันได้อย่างอิสระตามรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ รวมถึงการตั้งค่าระบบที่ต้องการใช้งานบ่อยให้สามารถเรียกใช้งานได้ผ่านปุ่ม ADJ และ Fn
- ปรับแต่ง และโปรเซสไฟล์ภาพ RAW ได้ในตัวกล้อง ผ่านเมนู RAW development
- หน่วยความจำในตัวขนาดใหญ่มากถึง 53GB รองรับไฟล์ภาพ JPEG ขนาด L ได้มากถึง 3,500 ภาพ
- รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์เสริมมุมกว้างรุ่น GW-4 (อุปกรณ์เสริม จำหน่ายแยก) เพิ่มมุมกว้างของเลนส์เป็น 21mm
- แฟลชรุ่นใหม่ GF-2 (อุปกรณ์เสริม จำหน่ายแยก) ขนาดกะทัดรัด ลงตัวกับกล้อง GR
- โหมดครอปภาพสำหรับมุมมองเทียบเท่าเลนส์ 35mm (16M) และ 50mm (8M)